LOGIN
  user name :
  password :
   
   
Register l Forget password ?
   
     
 
 

ความสำคัญของผิวหนัง...

หลายท่านที่เห็นสุนัขเป็นโรคขี้เรื้อน ขนร่วง แน่นอนว่าหลายคนทำท่ารังเกียจ และคงจะเดินหนี แต่ถ้าหากเห็นสุนัขที่ขนสวยเงางาม ความรู้สึกก็จะตรงกันข้าม อยากเข้าไปกอด เข้าไปสัมผัส ผิวหนังและขนจึงเป็นเครื่องชี้วัดสุขภาพที่ดีที่สุดของสุนัขเพราะถ้าสุนัขมีการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะภายในก็จะมีการแสดงอาการผิดปกติออกมาให้เห็นที่ผิวหนังเช่น ขนหยาบกระด้าง ขนร่วง ผิวหนังแห้งมีขี้รังแคหรือมีสีผิวที่ผิดปกติไปและผิวหนังเองก็มีปัญหาของตัวผิวหนังเองโดยไม่เกี่ยวข้องกับอวัยวะอื่นก็ได้ ดังนั้นเราจึงควรมาทำความรู้จักกับหน้าที่ของผิวหนังเพื่อที่จะได้ดูแลได้ถูกต้องก็คือ

  1. 1. ป้องกัน เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดและเหมาะสมที่สุดเช่นป้องกันการกระทบกระเทือนจากภายนอก ป้องกันเชื้อโรค ป้องกันสารเคมี นอกจากนี้ผิวหนังยังเป็นเครื่องห่อหุ้มที่กันไม่ให้น้ำระเหยออกจากร่างกายมากเกินไปด้วยซึ่งถ้าน้ำระเหยไปมากจะทำให้เซลล์แห้งตายไปหมด
  2. สะสมอาหาร ชั้นที่ลึกที่สุดของหนังเป็นชั้นที่เกี่ยวกับการสะสมอาหารชนิดไขมันเอาไว้ใช้ในเวลาที่ร่างกายต้องการ
  3. ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่
  4. ขับถ่ายของเสีย เพราะต่อมเหงื่อบริเวณจมูกและอุ้งเท้าจะช่วยขับของเสียออกจากเลือดได้มาก
  5. สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น ต่อมน้ำนมที่สร้างน้ำนมเป็นอาหารเลี้ยงลูกอ่อน ต่อมกลั่นน้ำมันตามผิวหนังซึ่งทำให้ หนังหรือขนไม่แห้งเปราะง่ายและนอกจากนี้ยังช่วยสร้างวิตามินดีจากสารเคมีพวกโปรวิตามินดี เมื่อถูกแสงแดดอีกด้วย

โรคภูมิแพ้ที่ปรากฏให้เห็นได้ที่ผิวหนัง

โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาของระบบการสร้างภูมิต้านทานของร่างกายที่มีต่อสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกซึ่งสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้อาจเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ในสุนัขตัวหนึ่งแต่อาจจะไม่เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ในสุนัขอีกตัวหนึ่ง ปฏิกิริยาของโรคภูมิแพ้เหล่านี้อาจทำให้เกิดเป็นโรคเรื้อรังหรือรุนแรงถึงกับชีวิตเลยก็ได้ ส่วนการรับเอาสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้สุนัขสามารถรับได้หลายทางคือ

  • การหายใจเข้าไป ฝุ่นผงบางอย่างก็สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ได้เช่น เกสรดอกไม้ เมื่อสุนัขรับเข้าไปแล้วอาจจะแสดงอาการจาม ไอ หอบหืด อาจจะมีความรุนแรงจนถึงขั้นปอดบวม ช็อคและอาจตายได้ทันทีและยังสามารถแสดงอาการของปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่ผิวหนังได้ด้วย
  • การกินเข้าไป อาหารบางประเภทที่สุนัขส่วนใหญ่กินแล้วคันตัวคือ ข้าวสาลี(ซึ่งไม่ได้ใช้ในประเทศไทยเรา)แต่ปฏิกิริยาของการแพ้อาหารนั้น อาจจะแสดงอาการรุนแรงจนถึงขั้นอาหารเป็นพิษก็ได้ซึ่งสุนัขจะแสดงอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรงและสามารถแสดงปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่ผิวหนังได้ด้วย
  • ทางผิวหนัง สิ่งแปลกปลอมต่างๆที่มาเกาะและดูดซึมผ่านผิวหนังจะมีปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่ไม่รุนแรง

โรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสหมายถึง การอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสกับสารบางอย่างเช่นสารที่สุนัขนั้นแพ้สารที่ระคายเคือง หรือเป็นพิษและแสงแดด เป็นต้น อาการของโรค ผิวหนังจะมีการอักเสบ บวมแดง ซึ่งสุนัขจะแสดงอาการคัน โดยทั่วไปจะมีการเกาอย่างรุนแรง ชอบเลียหรือแทะตัว สะบัดหัว บางครั้งสุนัขจะเการุนแรงจนถึงขั้นผิวหนังเป็นแผล สาเหตุของการเกิดอาการคันเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุด้วยกันดังนั้นจึง ต้องแยกว่าเกิดขึ้นจากอะไรเพราะที่เกิดจากสารที่ทำให้เกิดการแพ้และสารไม่ทำให้เกิดการแพ้สามารถทำให้เกิดอาการของโรคผิวหนังได้เหมือนกัน

สาเหตุที่ทำให้เกิดการแพ้

  • น้ำลายหมัด
  • แพ้หมัดกัด
  • สารจากตัวเห็บ
  • แพ้เห็บ
  • สารพิษ
  • ผิวหนังอักเสบ
  • กินนม, เนื้อวัว, ปลา, ข้าวสาลี
  • แพ้อาหาร

การวินิจฉัยโรค

เนื่องจากมีสาเหตุมากมายที่ทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังในลักษณะเดียวกันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงของผิวหนังและในบางครั้งแม้จะหาสาเหตุที่แท้จริงได้แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได ดังนั้นข้อมูลต่างๆที่ประกอบกันเพื่อใช้ในการประกอบการวินิจฉัยโรคซึ่งเจ้าของสุนัขจะต้องบอกให้สัตว์แพทย์ทราบ จะมีดังนี้

  1. ประวัติของสายพันธุ์สุนัขนั้น เพราะถ้าสุนัขเป็นพี่น้องครอกเดียวกันหรือพ่อแม่ของมันเคยแสดงอาการของโรคผิวหนังหรือไม่ ดังนั้นอาการของโรคที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
  2. การตรวจร่างกายทั่วไป เพื่อดูว่าโรคผิวหนังที่ปรากฏเกิดจากปฏิกิริยาภูมิแพ้หรือไม่ เกิดขึ้นที่ตำแหน่งใดเพราะบางครั้งโรคผิวหนังที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากภายนอกแต่เกิดจากการเจ็บป่วยของอวัยวะภายใน รวมทั้งการตรวจในห้องปฏิบัติการชันสูตรโรคด้วย เช่น การขูดผิวหนังเพื่อตรวจดูขี้เรื้อนหรือนำไปเพาะเชื้อเพื่อตรวจหาเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีพยาธิหัวใจหรือไม่ ตรวจดูอุจจาระเพื่อดูไข่พยาธิเพราะตัวอ่อนของพยาธิที่สามารถอยู่ในกระแสเลือดก็ยังทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ได้เช่นกัน
  3. ประวัติทั่วไป เช่นสภาพการเลี้ยงดู ชนิดของอาหารที่สุนัขกินซึ่งเจ้าของสุนัขจะต้องให้รายละเอียดให้มากที่สุดแก่สัตวแพทย์ที่ทำการรักษา
  4. การให้การรักษา ส่วนใหญ่สัตวแพทย์จะให้ยาจำพวก ยาปฏิชีวนะและยาลดอาการแพ้เพื่อลดปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่ผิวหนังและช่วยรักษาอาการของแผลที่ติดเชื้อที่ผิวหนังเป็นหลัก การให้ยาชนิดอื่นๆเพิ่มก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยว่าจากสาเหตุใดเช่นถ้าเป็นขี้เรื้อนก็ต้องใช้ยารักษาขี้เรื้อน ถ้าเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจก็ต้องรักษาพยาธิหัวใจร่วมด้วย ถ้าเกิดขึ้นเพราะแชมพูที่ใช้หรืออาหารที่ให้อยู่ก็ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้น เป็นต้น
  5. การดูแลสุนัขที่มีปัญหาภูมิแพ้ที่ผิวหนัง
  • ให้ทำตามที่สัตวแพทย์แนะนำและกินยาให้ครบตามที่สัตว์แพทย์แนะนำ
  • ให้ดูแลความสะอาดผิวของสุนัขให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้คือผิวหนังจะต้องไม่มีแมลงรบกวนปราศจากคราบน้ำเหลือง ขี้รังแค ฯลฯ ซึ่งอาจจะทำได้ด้วยการอาบน้ำให้สุนัขทุกวันแต่ไม่ควรใช้แชมพูทุกครั้งเพราะจะทำให้ผิวสุนัขแห้ง ในกรณีที่สุนัขแพ้แชมพูที่ใช้อยู่ก็ให้เปลี่ยนแชมพูที่เหมาะสมกับผิวสุนัขนั้น แต่ถ้าสุนัขยังมีอาการแพ้อยู่ก็ให้ใช้น้ำสะอาด ล้างตัวก็เพียงพอเพราะการอาบน้ำสะอาดนั้นเป็นการล้างสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ออกไปจากผิวหนังของสุนัขซึ่งสามารถใช้ ทั้งในกรณีที่อาการแพ้นั้นเกิดขึ้นจากสารเคมีที่ฟุ้งกระจายมาเกาะที่ตัวสุนัข เช่น ผงปูนซีเมนต์ เกสรดอกไม้และอื่นๆได้เช่นกัน
  • ดูแลสภาพแวดล้อมที่สุนัขนั้นอยู่ ปัจจุบันสังเกตุพบว่าสุนัขของบ้านที่อยู่ใกล้สถานที่ก่อสร้าง ฝุ่นผงซีเมนต์จากสถานที่ก่อสร้าง ทำให้สุนัขเป็นโรคผิวหนังได้ง่ายบางครั้งตองนำสุนัขไปเลี้ยงที่อื่นหรือคอยทำความสะอาดบริเวณที่สุนัขอยู่
  • การสังเกตและการดูแลเอาใจใส่ทั่วไป การที่ได้กล่าวมาตั้งแต่ต้นว่าผิวหนังที่มีปัญหาเหล่านี้เมื่อแสดงอาการผิดปกติแล้วนั้น จะรักษาให้เหมือนปกติต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน ดังนั้นการดูแลอย่างใกล้ชิดจะสามารถบอกสัตวแพทย์ได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ทำให้สัตวแพทย์สามารถแนะนำการดูแลและให้การรักษาได้ถูกต้อง

ที่มา http://elect.pcru.ac.th

 
เคล็ด (ไม่)ลับการตัดเล็บสุนัข [14 December 2008]
ความสำคัญของผิวหนัง... [14 December 2008]
เคล็ดลับง่าย ๆ ในการขจัดคราบสกปรกบนขนเจ้าตูบ [14 December 2008]
ตับอักเสบเรื้อรังที่กลับมาอักเสบซ้ำ [16 December 2008]
“ น้องหมา” สามารถอ่านสีหน้าเดาอารมณ์ของเจ้าของได้ [16 December 2008]
น้องหมากินหญ้า? [16 December 2008]
ผิวหนังนั้นสำคัญไฉน [16 December 2008]
เผยความลับนิสัยของสุนัขจากการศึกษาดีเอนเอ [16 December 2008]
เรื่อง โรคไข้หัดสุนัข Canine Distemper [16 December 2008]
โรคอ้วนในสุนัข [16 December 2008]
 
   found (1 - 10 Total 10 item(s))